เป็นประเด็นค่อนข้างมากกับเรื่อง Malware ที่ชือว่า DNS Changer วันนี้ขอหยิบยกมาพูดหน่อยละกันครับ
ก่อนที่จะรู้ว่า DNS Changer ทำงานยังไง เรามาดูก่อนดีกว่าว่า DNS คืออะไรครับ
DNS คืออะไร
โดยปกติแล้วการเข้าไปใช้งานเว็บไซด์ต่างๆ จะไม่ได้ติดต่อกันด้วยชื่อของเว็บไซด์อย่าง www.facebook.com, www.google.com หรอกนะ เพราะการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คต่างๆทำด้วย IP Address ส่วนชื่อเว็บไซด์(domain name)นั้นเอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า IP Address ปลายทางที่เราจะไปคือที่ไหนล่ะ นี่แหล่ะคือจุดที่มาของ DNS Server
DNS(Domain Name System) Server คือตัวที่เก็บข้อมูลไว้ว่า www.facebook.com เป็น IP Address อะไร หรือหากไม่รู้ก็จะไปถาม DNS ที่อื่นมาให้ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าปลายทางของเว็บไซด์(IP Address)อยู่ที่ไหนกันแน่
Step การเข้าใช้เว็บไซด์ของเราจริงๆเป็นดังนี้
1. เรียกเข้าเว็บไซด์ www.facebook.com
2. เว็บบราวเซอร์(Firefox, IE, Chrome)ถามทาง DNS ว่าเว็บไซด์ www.facebook.com คือ IP Address อะไร
3. DNS Server ไปค้นหาใน list ถ้าหากเจอก็จะตอบกลับไปทางเว็บบราวเซอร์ แต่หากไม่เจอก็จะไปถาม DNS ที่อื่นให้
4. เว็บบราวเซอร์รู้ว่าจะต้องไปที่ IP Address ไหน ก็จะร้องขอหน้าเว็บจาก IP Address นั้นอีกที
ภาพประกอบจาก it24hrs.com
DNS Changer นั้นเป็น Trojan Horse ทีถูกพัฒนาและใช้งานมาตั้งแต่ปี 2007 ทีนี้เรามาดูต่อว่า DNS Changer ทำอะไรบ้าง
1. สิ่งแรกที่มันทำคือการเปลี่ยนที่อยู่ DNS (
ตามชือครับ)ภายในเครื่องของเรา ที่เราจะไปถามว่าเว็บไซด์นี้อยู่ที่ไหน ไปเป็นเครื่อง DNS ของ Hacker แทนซึ่งการกระทำดังกล่าวเพื่อหลอกให้เหยื่อเข้าไปยังเว็บไซด์ปลอมหรือเว็บไซด์โฆษณาอื่นๆแทนที่จะเป็นเว็บไซด์จริงๆแทน
2. มันจะพยายาม Login ไปยัง Firewall, Router ที่เราเชื่อมต่ออยู่(โดยใช้ default username, password ของ Firewall, Router รุ่นนั้นๆ) แล้วเปลี่ยน DNS ภายในนั้นให้กลายเป็น DNS ของ Hacker แทน ซึ่งจุดประสงค์จะเหมือนกับข้อแรก แต่จะทำให้เครื่องอื่นๆที่ไม่ติด DNS Changer
แต่ใช้งาน Firewall, Router ดังกล่าวโดนดึงไปยังเว็บไซด์ปลอมต่างๆเหมือนกับคนที่ติด DNS Changer ครับ
3. รับคำสั่งและส่งข้อมูลต่างๆจากเครื่อง botnet ของ Hacker (Command And Control Server)
ทีนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีเครื่องที่ติด DNS Changer และสร้างความเสียหายถึง 14,000,000$ ทำให้ FBI เข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยการเข้าไปไล่ปิด botnet server อีกทั้งยังจับ Hacker ที่ใช้ประโยชน์จาก DNS Changer ที่เป็นชาวเอสโตรเนียไปอีก 6 คน และศาลยังให้สิทธิ์ทาง FBI ไล่ปิด DNS (สั่งให้ ISP ปิดการเชื่อมต่อไปยัง DNS ของ Hacker ไม่ได้ปิด server ต่างๆใน List IP นะครับ)ทั้งหมดได้ ซึ่ง IP Range ทั้งหมดที่เป็น DNS Changer มีดังนี้
List IP Range ที่เป็น DNS ของ Hacker
1. 64.28.176.0 - 64.28.191.255
2. 67.210.0.0 - 67.210.15.255
3. 77.67.83.0 - 77.67.83.255
4. 85.255.112.0 - 85.255.127.255
5. 93.188.160.0 - 93.188.167.255
6. 213.109.64.0 - 213.109.79.255
ซึ่ง FBI เล็งเห็นว่าหากปิด DNS ทั้งหมดจะทำให้มีผู้ใช้จำนวนมากไม่สามารถใช้งาน Internet ได้เพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปที่ไหน ดังนั้นจึงมีการระบุไปว่าให้ผู้ใช้ทั้งหลายตรวจสอบและเคลียร์เครื่องตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะปิด DNS ทั้งหมดในวันที่ 09/07/2012 ทำไมเป็นวันนี้ล่ะ ก็เพราะว่าวันที่ 9 กรกฎาคมนี้เป็นวันสุดท้ายที่คำสั่งศาลจะมีผลครับ
วิธีการ Check และแก้ไข DNS Changer ออกไปจากเครื่อง
วิธีการ Check ก็มีหลายวิธีนะครับ สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ หรือเข้าเว็บไซด์เพื่อเช็คโดยเฉพาะ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. เข้าไปที่ www.dns-ok.us หากพบว่าเป็นภาพตรวจสอบเป็นสีเขียว ก็หมายความว่าคุณไม่ติด แต่หากติดจะเป็นสีแดงครับ
ภาพจาก it24hrs.com
2. หากคุณใข้ Windows 7 ให้เข้าไปที่ Start -> Run -> พิมพ์ว่า Network and Sharing Center -> ไปที่ Network ที่คุณใช้ หากใช้ LAN ก็จะเป็น Local Area Connection แต่หากเป็น Wireless Network Connection ครับ -> Properties -> Double Click ที่ Internet Protocol Version 4(TCP/IPv4) -> หากที่ส่วน DNS Server มีการระบุไว้ว่าเป็น IP Address ใน List ด้านบนที่เคยบอกไว้แสดงว่าเครื่องคุณติด DNS Changer ครับ
3. หากคุณใช้ Windows XP ให้เข้าไปที่ Start -> Control Panel -> Network And Internet Connection -> Network Connections -> เลือกที่ Network ที่คุณใช้ หากใช้ LAN ก็จะเป็น Local Area Connection แต่หากเป็น Wireless Network Connection ครับ -> Properties -> Double Click ที่ Internet Protocol(TCP/IP) -> หากที่ส่วน DNS Server มีการระบุไว้ว่าเป็น IP Address ใน List ด้านบนที่เคยบอกไว้แสดงว่าเครื่องคุณติด DNS Changer ครับ
4. หากคุณใช้ MAC ให้ Click ที่ Network ที่มุมขวาบน -> Open Network Preferences -> หากว่าใน Interface ใดๆก็แล้วแต่มีการ set DNS ไว้ว่าเป็น IP Address ใน List ด้านบนที่เคยบอกแสดงว่าเครื่องคุณติด DNS Changer ครับ
5. เช็คใน Firewall, Router ที่คุณใช้ด้วยว่า DNS Address มีการใช้ List IP ด้านบนหรือเปล่า ถ้าใช้ก็แสดงว่าโดนแล้วเหมือนกันครับ
วิธีการแก้ไขหากติด DNS Changer มีขั้นตอนดังนี้
1. แน่นอนคือการเอามันออกไปจากเครื่องก่อน โดยเราสามารถ download tool ที่ใช้จัดการมันโดยเฉพาะของ Avira ได้ที่ http://techblog.avira.com/2012/01/23/avira-dns-repair-tool-released/en/ หรือจากของผู้ผลิตอื่นได้จากเว็บไซด์ http://www.dcwg.org/fix/ ครับ หรือจะใช้สำหรับของ MAC ก็โหลดได้ที่ http://macscan.securemac.com/files/DNSChangerRemovalTool.dmg ครับ
2. เมื่อทำการลบแล้ว Antivirus บางตัวจะไม่ได้ทำการเปลี่ยน DNS IP Address ให้เรา เราต้องเข้าไปปรับให้มันด้วย ซึ่งวิธีการเข้าไป config ดังกล่าวจะเหมือนกับวิิธีการ Check อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ จากนั้นให้เรา Set DNS IP รับจาก DHCP แทน(Obtain DNS server address automatically, Using DHCP(ของ MAC))
*** อย่าลืมทำกับ Firewall, Router ด้วยนะครับ
จบแล้วครับ
Reference::
- www.dcwg.org
- nakedsecurity.sophos.com
- www.it24hrs.com
If you like my blog, Please Donate Me